ถ้าพูดถึงนาฬิการะดับ Top-tier แน่นอนว่าชื่อของ Patek Philippe คงขึ้นมาเป็นชื่อแรกๆ แต่ในโลกของมหาเศรษฐีและนักสะสมกระเป๋าหนัก วันนี้หลายคนเริ่มมองหาดีไซน์ที่ลึกซึ้งและให้ความรู้สึกที่พิเศษกว่าแบรนด์กระแสหลักทั่วไป ซึ่ง “Chronométrie Ferdinand Berthoud” คือหนึ่งในชื่อที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการนาฬิกาอิสระ (Independent Watchmaking) ครับ
หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นหูชื่อนี้ แต่เชื่อไหมครับว่าแบรนด์นี้มี DNA ที่ไม่ธรรมดาเลย
ชื่อของ Ferdinand Berthoud จริงๆแล้วคือปรมาจารย์ช่างนาฬิการะดับตำนานในศตวรรษที่ 18 ผู้ที่สร้างนาฬิกาเดินเรือ (Marine Chronometer) ให้กับกษัตริย์และกองทัพเรือฝรั่งเศส เรียกว่าเป็นผู้กำหนดความแม่นยำของเวลาในยุคล่าอาณานิคมเลยก็ว่าได้
จนกระทั่งในปี 2015 Karl-Friedrich Scheufele (ประธานร่วมของ Chopard) ซึ่งตัวเขาเองเป็นนักสะสมตัวยงและหลงใหลในประวัติศาสตร์ ได้ตัดสินใจชุบชีวิตแบรนด์นี้ขึ้นมาใหม่ โดยวางตำแหน่งให้เป็นแบรนด์อิสระระดับ Ultra-Luxury ที่ผสมผสานศาสตร์การทำนาฬิกาชั้นสูงในอดีต เข้ากับวิศวกรรมการผลิตที่ล้ำสมัยของยุคนี้
✨ แล้วอะไรที่ทำให้มหาเศรษฐีระดับโลกยอมควักเงินก้อนโตเพื่อนาฬิกาแบรนด์นี้?
สิ่งที่ทำให้มหาเศรษฐีระดับโลกยอมควักเงินก้อนโตให้แบรนด์นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของชื่อเสียง แต่คือความลึกซึ้งในงานรังสรรค์ เพราะในขณะที่แบรนด์ใหญ่ๆผลิตนาฬิกาปีละหลักร้อยหลักพันเรือน แต่ Ferdinand Berthoud กลับผลิตออกมาเพียงแค่ 30-50 เรือนต่อปีเท่านั้น เพื่อให้ช่างสามารถทุ่มเทกับงานขัดแต่งด้วยมือ (Hand-Finishing) ได้อย่างประณีตระดับไร้ที่ติภายใต้กล้องขยาย ไฮไลต์สำคัญคือการหยิบเอากลไกโบราณที่ทำยากสุดๆ อย่างระบบโซ่จักรกระสุน (Fusée-and-Chain) ซึ่งช่วยส่งกำลังให้นาฬิกาเดินได้อย่างเที่ยงตรงสม่ำเสมอตั้งแต่ลานเต็มจนลานหมดมาใส่ไว้ ซึ่งในโลกนี้มีอยู่ไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่กล้าทำ
ดังนั้นสำหรับนักสะสมบางท่านการเป็นเจ้าของ Ferdinand Berthoud จึงเหมือนเป็นการประกาศให้โลกรู้ด้วยว่าพวกเขานั้นเข้าใจศาสตร์ของกาลเวลาขั้นลึกซึ้ง
ความเจ๋งของแบรนด์นี้ได้รับการการันตีจากเวที GPHG ซึ่งเปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ของวงการนาฬิกา เช่น นาฬิการุ่นแรกที่พวกเขาเปิดตัวอย่าง Chronomètre FB 1.1 ก็สามารถคว้ารางวัลสูงสุดอย่าง Aiguille d’Or ในปี 2016 มาครองได้ทันที เป็นต้น
ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เทรนด์โลกกำลังหลั่งไหลเข้าหาตลาด Independent Watchmaking แบรนด์ Ferdinand Berthoud จะยิ่งกลายเป็นเหมือน “สมบัติหายาก” ที่กลุ่มมหาเศรษฐีรุ่นใหม่จับตามองและแย่งชิงกันเพื่อครอบครองเลยทีเดียวครับ










