HUBLOT x TAKASHI MURAKAMI 

28 เมษายน 2022

🌺 เมื่อคุณลุงดอกไม้ ทาคาชิ สลัดความมุ้งมิ้ง ของดอกมุราคามิ หรือเจ้า Smiling Flower ให้มาอยู่มาอยู่บนนาฬิกาข้อมือสีดำเรียบหรู ! วันนี้ Oriental Horology จะพาทุกท่านไปพบกับ Classic Fusion Takashi Murakami All Black 

🌸 นาฬิกาแบรนด์ Hublot เรียกได้ว่าเป็นเรือนเวลาแห่งศิลปะครับผม โดยได้ยึดถืองานศิลป์เป็นตัวขับเคลื่อนการผลิตเรือนเวลาภายใต้ศาสตร์แห่งการผสมผสานความแตกต่าง (Art of Fusion) รวมทั้งผลิตผลงานด้วยความคิดสร้างสรรค์ งานนี้ทางแบรนด์จึงได้จับมือกับศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่นอย่าง คุณลุง Takashi Murakami โดยนำสัญลักษณ์รูปดอกไม้ยิ้มแย้ม  Smiling Flower  มาหลอมรวมไว้ในนาฬิกาสปอร์ตหรูตระกูล Classic Fusion ได้อย่างลงตัว สวยงามตรึงใจให้คนรักศิลปะทั่วโลกได้ประจักษ์ 

🌼ซึ่งโดยปกติเราจะคุ้นเคยกับดอกไม้สีสันสดใสตามสไตล์ของคุณลุง ทาคาชิ แต่ล่าสุดเขาได้รังสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ ที่มาในธีม Go all black  ให้ดอกมุราคามิสุดน่ารักมาอยู่บนมาอยู่บนเรือนเวลา เอกลักษณ์เด่นของ Classic Fusion Takashi Murakami All Black คือหน้าปัดฝังเพชรสีดำขลับรวมกว่า 563 เม็ด  เริ่มจากเพชรประดับกลีบดอก 456 เม็ด และใบหน้ายิ้มของดอกไม้ 107 เม็ด อีกหนึ่ง Highlight คือความใส่ใจของทีมวิศวกรที่ได้ออกแบบโครงสร้างส่วนประกอบบนหน้าปัดนาฬิกา ให้กลีบดอกไม้หมุนได้และจัดวางให้ใจกลางของดอกไม้ฝังลงไปในกระจกแซฟไฟร์ ทำให้เกิดภาพสามมิติ มองเห็นรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของดอกมุราคามิไว้ได้สวยงาม เรียกได้ว่ายกขึ้นมาดูเวลา ความหรูหราก็พุ่งเข้ากระแทกตานี้คนรอบข้างแน่นอนครับ ! 

🔥 Hublot x Takashi Murakami  Collection ผสานความหรูหราของ Hublot เข้ากับความสนุกและขี้เล่นของมุราคามิ จนเป็นเทรดแฟนชั่นที่น่าจับตามอง ใครที่อยากจะเป็นเจ้าของก็ต้องรีบหน่อยครับผม เพราะ ผลิตมาจำนวนจำกัดแค่ 200 เรือนเท่านั้น ! Limited ไปอีก !!! โดยราคาเปิดตัวก็อยู่ที่ประมาณ 22,600 ยูโร หรือ ประมาณ 800,000 บาท ครับ

📌 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.instagram.com/hublot_bangkok/

Related Posts

⏳Neo-Vintage: ทำไมเรือนเวลายุค 90s คือ “จุดสมดุล” ที่น่าสะสมที่สุดในตอนนี้

ในโลกของการสะสมนาฬิกาหรู วันนี้เราไม่ได้มีแค่ตัวเลือกระหว่าง “ของใหม่แกะกล่อง” หรือ “วินเทจจ๋า” อีกต่อไป เพราะตอนนี้กระแสที่มาแรงที่สุดคือ Neo-Vintage (นาฬิกาช่วงปี 1985–2005) มันคือยุค “Technical Revolution” ที่แบรนด์สวิสรวมพลังกันสร้างสรรค์ผลงานเพื่อพิสูจน์คุณค่าของนาฬิกากลไก โดยการนำจิตวิญญาณแบบดั้งเดิมมาผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เริ่มมีความทนทานสูงขึ้น ทำไมใครๆ ก็หันมาหา Neo-Vintage? นาฬิกายุคนี้คือเพื่อนคู่ใจที่ใส่ได้ทุกวัน เพราะมันรวบรวมข้อดีที่คุณหาไม่ได้จากยุคอื่นๆ เช่น 1️⃣ Patina ที่เลียนแบบไม่ได้ พรายน้ำ Tritium ยุคนี้จะเปลี่ยนเป็นสีครีมหรือสีส้มตามกาลเวลา ทำให้เรือนของคุณมีเอกลักษณ์ “หนึ่งเดียวในโลก” 2️⃣ Modern Specs เริ่มใช้กระจก Sapphire กันรอย และกลไกที่ตั้งเวลาง่าย ไม่จุกจิกเหมือนนาฬิกาโบราณ 3️⃣ Golden Ratio ก่อนที่โลกจะนิยมไซส์ยักษ์ นาฬิกายุคนี้มักอยู่ที่ 36-40 mm. ซึ่งเป็นขนาด “พิมพ์นิยม” ที่ใส่สบายและดูโก้แบบไม่ต้องตะโกน เรียกว่าตอบโจทย์เทรนด์ Quiet Luxury เลยครับ 5 ไอคอนที่เป็นจุดหมายของนักสะสม 🌟Patek Philippe […]

⌚️JAEGER-LECOULTRE ⌚

ใครกันเป็น “เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ระดับโลก” ? JLC: ก็ฉันน่ะสิๆ ! 🙋‍♂️ 🌟เรียกว่าเป็นแบรนด์นาฬิกาที่ชื่อคุ้นหู แต่คงอยู่นอกสายตาของใครต่อใครกับ JAEGER-LECOULTRE นาฬิกาแบรนด์หรูสัญชาติสวิส ที่ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์ให้ออกมาเป็นเพียงเรือนบอกเวลา แต่ทรงคุณค่าการด้วยเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกสถานะและรสนิยมของผู้สวมใส่อีกด้วยครับผม  ⚙️“The Watchmaker of Watchmakers” ฉายาที่ทำให้  JAEGER-LECOULTRE ถือเป็นสุดยอดผู้นำนวัตกรรม ด้วยการผลิต Ultra-thin Movement ที่บางที่สุดและพัฒนากลไกต่างๆให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่เสมอ ทำให้ JLC กลายเป็นเบื้องหลังความสำเร็จและคอยซัพพอร์ตแบรนด์หรูระดับโลกแบรนด์อื่นๆอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น Patek Philippe , Audemars Piguet และ Vacheron Constantin รวมไปถึงแบรนด์ที่มาแรงอย่าง IWC อีกด้วยครับผม  พูดมาขนาดนี้แล้วเรามาทำความรู้จักบาง Collection ของแบรนด์ JLC กันครับผม เริ่มจาก 🔴 JLC Reverso ที่มีลูกเล่นลูกชน โดยให้หน้าปัดสามารถหมุนได้ 180 องศา เพื่อปกป้องหนัดปัดจากสภาวะที่อันตราย หรืออยู่ในสถาการณ์ที่เสี่ยงกับนาฬิกานั่นเองครับผม บางรุ่นมีการดีไซน์ออกให้มีสองหน้าแบบ […]

🏎️ จากสนามแข่งสู่เรือนเวลา: เรื่องราวระดับตำนานของ Jean Todt

ในโลกที่ความเร็ว และ นาฬิกาหรู (Luxury Watches) มาบรรจบกัน แทบจะไม่มีชื่อไหนทรงอิทธิพลไปกว่า Jean Todt (ฌอง ทอดต์) การได้สำรวจกรุนาฬิกาของเขาไม่ใช่แค่การดูของสะสมราคาแพง แต่มันคือการย้อนรอยเส้นทางอาชีพที่ขับเคลื่อนด้วยความแม่นยำและความสมบูรณ์แบบ จากฝุ่นควันในสนามแรลลี่แอฟริกา สู่การเป็นประธาน FIA ผู้ทรงอิทธิพล Todt ใช้เวลาหลายทศวรรษในการศึกษา “สุนทรียศาสตร์ของกลไก” สำหรับนักสะสมผู้สุขุมคนนี้ ปรัชญาการสร้าง “Dream Team” ที่เขาเคยใช้พาทีม Ferrari ครองโลก F1 ได้ถูกถ่ายทอดลงมาบนข้อมือของเขา Jean Todt ไม่ได้แค่สะสมนาฬิกา แต่เขาเลือกเฟ้น “เรื่องราวทางวิศวกรรม” ที่สะท้อนวิวัฒนาการของโลกยานยนต์อย่างแท้จริง 🏁 เส้นทางอาชีพที่ขับเคลื่อนด้วยความแม่นยำ “จากผู้นำทางสู่ไอคอนระดับโลก” ชีวิตของ Jean Todt ไม่ใช่แค่ประวัติการทำงาน แต่มันคือตราประทับของความเป็นผู้นำ เส้นทางชีวิตของเขาซับซ้อนและงดงามราวกับกลไก Grand Complication ที่มีฟันเฟืองนับร้อยชิ้นทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว 1. รากฐานจากแรลลี่: จังหวะเวลาของตำนาน Todt เริ่มต้นอาชีพในยุค 60s ในตำแหน่ง “ผู้นำทาง” […]