⌚️ A. Lange & Söhne Grand Lange 1 & Lange 1

28 April 2022

A.Lange & Söhne แบรนด์หรูสัญชาติเยอรมัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1845 เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่อีกแบรนด์หนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีการออกแบบเรือนเวลาได้สวยงาม ประณีตในการขัดแต่งตัวเรือน และ กลไกสุดเจ๋ง 

🌟 Lange & Söhne Lange 1 หรือเราเรียกกันสั้นๆว่า L1  เป็นหนึ่งในนาฬิกา Collection แรกๆของแบรนด์ ที่ผลิตขึ้นในช่วงปี 1994 หลังจากที่ Lange & Söhne กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ถือเป็นเรือนเวลาต้อนรับการกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี ที่มีการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและงานศิลปะการที่ลงตัวสวยงาม เอกลักษณ์เด่นของนาฬิการุ่นนี้คือ การจัดองค์ประกอบหน้าปัดแบบ Off-Center ในรูปแบบ Isosceles Triangle เค้าโครงหน้าปัดที่ไม่อยู่ตรงกลาง จัดวางตัวของวงชั่วโมง, วินาทีและหน้าต่างวันที่ในแนวของสามเหลี่ยมหน้าจั่ว อีกทั้งยังมี หน้าต่างวันที่ 2 ช่องที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติถึง 3 เท่า จนกลายมาเป็นเรือนเวลายุคบุกเบิก ซึ่งในปัจจุบันยังคงอยู่ในไลน์การผลิต ที่เป็นต้นแบบ Moldel อย่าง L1 Moon phase, L1 Perpetual Calendar, L1 Time Zone และ L1 Tourbillon Handwerkskunst ในเวลาต่อมานั่นเองครับ

สำหรับ Collection L1 ในยุคแรกๆ จะมาในตัวเรือนขนาด 38.5 มม. หน้าปัดจัดวางในรูปแบบ Isosceles Triangle หน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ แถมด้วยเข็ม Power Reserve อ่านแล้วอาจจะรู้สึก เอาอะไรมาวางเต็มหน้าปัดเยอะแยะไปหมด แต่พอเรียงออกมากลับให้ความรู้สึกสวยสง่า สบายตา ชวนมอง ใส่ไปไหนก็ได้หลากหลายโอกาส เข้ากับทุกการแต่งตัวครับ วัสดุและสไตล์ของหน้าปัดมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น  

 

 

 

 

มาคู่กับสายหนังสีโทนสุภาพ สีดำ น้ำตาล น้ำเงิน มาพร้อมฟังก์ชัน Date ขับเคลื่อนด้วยกลไก CAL. L121-1 กลไกไขลาน การขึ้นลานสามารถหมุนเม็ดมะยมขึ้นลงสลับกัน ไม่จำเป็นต้องหมุนไปในทิศทางเดียว สำรองพลังงานได้สูง 72 ชั่วโมง โดยภาตใต้ฝาหลังของ L1 ทุกจุดบนเครื่องถูกขัดแต่งโดยช่างฝีมืออย่างบรรจง แม้ในจุดที่ผู้ใส่ไม่เห็น เพลทแท่นเครื่อง 3/4 ที่ถูกขัดแต่งสารพัดลวดลายขั้นสูง ทับทิมประกอบมีเบ้าทองรองรับเพื่อให้ทับทิมแตกยากขึ้น จักรกรอกขนาดใหญ่แกะลายอย่างประณีต 

🌟 Lange & Söhne Grand Lange 1 

เป็น Collection ที่เปิดตัวมาในช่วงปี 2012  มีการต่อยอดมาจากตัวต้นแบบอย่าง LANGE 1 ซึ่งเป็นเพียง 1 ในปฐมบทของนาฬิการะดับ Master Piece มาตรฐานเยอรมันชั้นสูงเท่านั้น โดยทางแบรนด์ ต้องการปรับเปลี่ยนขนาดและสัดส่วนตัวเรือนให้มีใหญ่ขึ้นประมาณ 2.5 มม. โดยยังคง Concept การจัดองค์ประกอบหน้าปัดแบบ Off-Center ในรูปแบบ Isosceles Triangle เฉกเช่นเดิม โดยวิศวกรของแบรนด์ ได้มีการพัฒนาออกแบบการจัดวางจอแสดงผลให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งพัฒนาระบบกลไก CAL. L095-1 ที่อยู่ใน Grand Lange 1 ให้มีประสิทธิภาพสูงรวมถึงการขัดแต่งภายในกลไกที่สวยงามมากขึ้น มีการขัดลายเส้นเป็นแนวขนาน ใช้ตกแต่งผิวหน้าสะพานจักร ยังคงใช้เบ้าทองรองรับเม็ดทับทิมสังเคราะห์ซึ่งแตกยากกว่า  Blue screw เป็นตัวยึด Bridge กับแท่นเครื่อง และ Gold Chaton อุปกรณ์ปรับความเที่ยงตรงที่ออกแบบเป็นรูปโค้งเหมือนคอหงส์ Balance wheel แกะสลักด้วยมือสง่างามเช่นเคย

ด้วยกลไกและการตกแต่งสุดล้ำค่าของ Grand Lange 1 ยังกลายมาเป็นเรือนเวลาต้นแบบ ให้กับ Moldel อย่าง GRAND LANGE 1 MOON PHASE และ GRAND LANGE 1 MOON PHASE “LUMEN” ซึ่งทั้งสองรุ่นมาในขนาดเท่ากัน แตกต่างกันที่กลไกการทำงานจะใช้เป็น CAL. L095-3 และ CAL. L095-4 ตามลำดับ ซึ่งมีการพัฒนาจากวิศกรของแบรนด์และช่างนาฬิกามากฝีมือให้กลไกที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับ Collection Grand Lange 1  จะมาในตัวเรือนขนาด 41 มม. ใหญ่ขึ้นกว่า L1 โค้งรับจับข้อ ออร่ากระจาย  เอกลักษณ์โดดเด่นอย่างหน้าปัด ยังคงจัดวางอย่างสบายตา ในรูปแบบ Isosceles Triangle หน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่เหมือนเดิมคงความเป็น L1 อย่างสมบูรณ์ วัสดุและสไตล์ของหน้าปัดก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบเช่นกัน ได้แก่

– White gold with dial in argenté      [Reference: 117.066]

– Pink gold with dial in argenté         [Reference: 117.032]

– Platinum with dial in rhodié            [Reference: 117.025]

– White gold with dial in black          [Reference: 117.028]

A.Lange & Söhne ทั้งสอง Collection ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องบอกเวลา แต่คืองานศิลปะที่ผสมผสานกลไกล้ำๆ สะท้อนตัวตนและแนวคิดของแบรนด์ ส่งต่อให้กับคนรักเรือนเวลาและงานศิลปะไปพร้อมกันครับผม

สำหรับที่ชื่นชอบนาฬิกาของแบรนด์ A.Lange & Söhne 

📌 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.alange-soehne.com

บทความโดย: Oriental Horology

Related Posts

Jaquet Droz เมื่อฟันเฟืองกลายเป็นสิ่งมีชีวิต

รู้ไหมครับว่า… ก่อนที่โลกจะรู้จักเทคโนโลยีสุดล้ำ เคยมีเครื่องจักรที่ดูเหมือนมีชีวิตเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ 250 ปีก่อน เริ่มจากในปี 1770 Pierre Jaquet-Droz สร้าง Automaton หุ่นยนต์ที่ “เขียนได้จริง” ด้วยฟันเฟืองล้วนๆ เขานำมันไปแสดงในยุโรปและได้กลายเป็นไวรัลในราชวงศ์ทันที และต่อมาในปี 1780 ชื่อของเขาเดินทางไกลถึง Forbidden City สู่ราชสำนักจีนในระดับจักรพรรดิ จากจุดนั้น Jaquet Droz ได้กลายเป็น Luxury Tech ที่ล้ำที่สุดในยุค แต่แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไป ตลอดศตวรรษที่ 19–20 แบรนด์แทบไม่ถูกจดจำและกล่าวขาน จนกระทั่งในปี 2000 มีการกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งภายใต้ Swatch Group และนี่คือจุดที่ “ฟันเฟืองมีชีวิต” กลับมาอีกครั้ง จากหุ่นยนต์และนาฬิกาตั้งโต๊ะในอดีตถูกย่อส่วนลงสู่ “นาฬิกาข้อมือ” กลไก Automaton ถูกพัฒนาให้เล็กลง ซับซ้อนขึ้น ซ่อนอยู่ใต้หน้าปัด แล้วปลุกให้เคลื่อนไหวด้วยการกดเพียงครั้งเดียว ในยุค 2010s Jaquet Droz นำสิ่งนั้นกลับมาได้อย่างสมบูรณ์ เช่น ผลงานอันโด่งดังอย่าง […]

⌚️JAEGER-LECOULTRE ⌚

ใครกันเป็น “เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ระดับโลก” ? JLC: ก็ฉันน่ะสิๆ ! 🙋‍♂️ 🌟เรียกว่าเป็นแบรนด์นาฬิกาที่ชื่อคุ้นหู แต่คงอยู่นอกสายตาของใครต่อใครกับ JAEGER-LECOULTRE นาฬิกาแบรนด์หรูสัญชาติสวิส ที่ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์ให้ออกมาเป็นเพียงเรือนบอกเวลา แต่ทรงคุณค่าการด้วยเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกสถานะและรสนิยมของผู้สวมใส่อีกด้วยครับผม  ⚙️“The Watchmaker of Watchmakers” ฉายาที่ทำให้  JAEGER-LECOULTRE ถือเป็นสุดยอดผู้นำนวัตกรรม ด้วยการผลิต Ultra-thin Movement ที่บางที่สุดและพัฒนากลไกต่างๆให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่เสมอ ทำให้ JLC กลายเป็นเบื้องหลังความสำเร็จและคอยซัพพอร์ตแบรนด์หรูระดับโลกแบรนด์อื่นๆอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น Patek Philippe , Audemars Piguet และ Vacheron Constantin รวมไปถึงแบรนด์ที่มาแรงอย่าง IWC อีกด้วยครับผม  พูดมาขนาดนี้แล้วเรามาทำความรู้จักบาง Collection ของแบรนด์ JLC กันครับผม เริ่มจาก 🔴 JLC Reverso ที่มีลูกเล่นลูกชน โดยให้หน้าปัดสามารถหมุนได้ 180 องศา เพื่อปกป้องหนัดปัดจากสภาวะที่อันตราย หรืออยู่ในสถาการณ์ที่เสี่ยงกับนาฬิกานั่นเองครับผม บางรุ่นมีการดีไซน์ออกให้มีสองหน้าแบบ […]

🔥 Cartier Crash อุบัติเหตุร้ายและดีไซน์ที่กลายเป็นตำนาน 🔥

🌟 โดยปกติรูปทรงนาฬิกาทั่วๆไปมักจะเห็น สี่เหลี่ยม วงกลม ซึ่งเป็นรูปทรงมาตรฐานสำหรับทุกแบรนด์ทั่วโลก แต่วันนี้ Orienatal Horology จะพาทุกท่านไปพบกับ “Crash Style” นาฬิการูปทรงบิดเบี้ยวที่ถือว่าเป็นตำนานแห่งโลกนาฬิกาจนเป็นน่าจับตามองของเหล่าคนรักนาฬิกา !!!  🌟 มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมามากมายหลายเรื่องราว ว่าอะไรเป็นต้นกำเนิดเหรือสาเหตุที่ทำให้รูปทรงบิวเบี้ยว คล้ายนาฬิกาถูกหลอมละลาย จนกลายเป็นนาฬิกาเรือน Iconic เลยก็คือรุ่น Crash จากแบรนด์ Cartier ซึ่งแต่ละเรื่องราวก็ล้วนเกิดจากความบังเอิญ 🔴 โดยเรื่องเล่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี1967 มีด้วยกัน 2 เรื่อง ที่ปัจจุบันยังคงเป็นปริศนา และทั้งสองเรื่องราวยังมีจุดเชื่อมโยง ซึ่งเกิดจาก ‘อุบัติเหตุ’ 🔺 เรื่องแรกมีหญิงชรานำนาฬิกาคาร์เทียร์ รุ่น Cartier Baignoire Allongée ซึ่งโดยไปปกติจะมีรูปทรงเป็นวงรีคล้ายอ่างน้ำ ไปซ่อมในสภาพตัวเรือนบิดเบี้ยว เนื่องจากนาฬิกาของเธอนั้นเกิดเสียหายอย่างรุนแรง จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้ง  🔺 ส่วนเรื่องที่สอง ผู้จัดการแบรนด์ Cartier ซึ่งสวมใส่ Cartier Baignoire Allongée  ขับรถจนเสียหลัก เป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้ จนความร้อนหลอมละลายนาฬิกาให้มีรูปทรงบิดเบี้ยว!  จะเห็นว่าทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทั้งนั้น […]