OMEGA MOONWATCH

28 April 2022

สวัสดี😁ครับวันนี้ Oriental Horology จะพาทุกคนไปพบกับแบรนด์ OMEGA นาฬิกาสัญชาติสวิสที่มีประวัติอันน่าหลงใหลมาอย่างยาวนานกว่า 170 ปี อีกทั้งยังเป็นแบรนด์เดียวในโลกครับที่รับการยอมรับจากองค์กร NASA 💫และยังทำสถิตินาฬิกาที่ไปสู่จุดที่ลึกที่สุดของโลก🌎อีกด้วยครับผม 

️Omega ถือกำเนิดในปี 1848 ที่ La Chaux-de-Fonds โดยนักประดิษฐ์หนุ่ม Louis Brandt.👷เขาได้ทำการประกอบนาฬิกาพกซึ่งใช้ชิ้นส่วน และวัสดุของนักประดิษฐ์ในท้องถิ่น หลังจากนั้นไม่นานผลงานของเขาได้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากขึ้นนั่นเองครับผม หลังจาก Louis Brandt. เสียชีวต  ลูกชายทั้งสองคนของเขาคือ Louis Paul และ César Brandt ก็เข้ามาสานต่อธุรกิจครับ จนกระทั่งเปิดตัว Calibre รุ่นแรก และผลิตนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกที่สามารถบอกชั่วโมงและนาทีได้ ต่อมาปี 1896 Omega ก็ได้รับรางวัลเหรียญทองจาก Swiss National Exhibition ผู้ผลิตนาฬิกาที่ล้ำสมัย คุณภาพเยี่ยมและมีความแม่นยำสูง จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกครับผม

ทราบประวัติคร่าวๆของผู้ก่อตั้งกันไปแล้ว ต่อมาเรามาทำความรู้จักกับประวัติศาสตร์ที่มีร่วมกับ Nasa 💫 กันครับ OMEGA ถือเป็นแบรนด์เดียวในโลกที่ได้ประดิษฐ์นาฬิกาพกสำหรับนักบินอวกาศ ให้สามารถอ่านเวลาได้แม้อยู่นอกโลก จนเป็นที่มาของ Collection สุดฮอต ! Speedmaster หรือที่เรียกฉายา “Moonwatch” ครับผม 🌙🌟

โปรเจค The Gemini mission และ The Apollo mission ทาง NASA ได้ทำการทดสอบนาฬิกา Chronograph หลายรุ่นจากหลายแบรนด์ดัง โดยกำหนดเกณฑ์การทดสอบ 2 เกณฑ์ คือ ความแม่นยำ และทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ซึ่งมีเพียงแค่ Omega Speedmaster เท่านั้นครับที่ผ่านการทดสอบทั้งหมด  โดยรุ่นที่นักบินอวกาศ 2 คน 👩‍🚀🧑‍🚀 Armstrong และ Aldrin  ได้สวมใส่และเดินทางไปบนดวงจันทร์ ก็คือ Omega Speedmaster Professional calibre 321  

🌟Omega เป็นแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาเลยครับ ในปัจจุบัน Omega รุ่นใหม่ได้มีการพัฒนาในส่วนของการ Movement โดยใช้ co-axial เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มการทนสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง เช่น สามารถต้านสนามแม่เหล็กได้ อีกทั้งช่วยเพิ่มความแม่นยำและเที่ยงตรงซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานใหม่เป็น Master Chronometer เพิ่มความแม่นยำเหนือ COSC ไปอีกขั้น 

🌏จอมทำลายสถิติโลกใหม่ให้น่าจดจำยิ่งขึ้น ! ในปี 2019 Omega นักผจญภัยชาวอเมริกาได้ร่วมมือกับ Omega ในการทำภารกิจ ดำดิ่งสู่จุดที่ลึกที่สุด 10,928 เมตร ของมหาสมุทร โดยสวมใส่ Omega Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional ซึ่งสามารถทนทานต่อสภาวะกดดันอย่างรุนแรง จนถือเป็นสถิติใหม่ในการดำน้ำลึกที่สุดในโลก🌊

เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ไม่เคยหยุดพัฒนาทั้งระบบกลไกและดีไซน์การออกแบบที่ประณีต บรรจง ใส่ขึ้นช้อแล้วดูสวยสง่างาม น่าสะสมเพื่อเป็นที่ระลึกถึงในโอกาสพิเศษต่างๆหรือสะสมไว้เพื่อเพิ่มมูลค่าในอนาคตได้ครับผม 😀

Related Posts

A.Lange & Söhne

🙏🏻 สวัสดีครับผม วันนี้ Oriental Horology จะพาทุกท่านไปพบกับ ประดิษฐกรรมแห่งกาลเวลาให้กับประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิการ่วมสมัยและหนึ่งในผู้สร้างตำนานอุตสาหกรรมนาฬิกาอันเที่ยงตรงเบอร์หนึ่งแห่งเยอรมนี !!!! นั่นก็คือแบรนด์ A.Lange & Söhne ครับผม ไปทราบประวัติคร่าวๆกันครับ  🔺 เมื่อปี 1845 Ferdinand Adolph Lange ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกาภายใต้ชื่อ Lange & Cie ที่เมือง Glashütteประเทศเยอรมนี จนกระทั่งลูกชายของเขา ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในธุรกิจนี้ จึงได้เปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น A. Lange & Söhne โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นชนชั้นสูงและราชวงศ์ในยุโรป จนเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก  ⌚️ ด้วยเสน่ห์ของนาฬิกาคือการใช้เพลตแบบสามส่วนสี่ (Three – Quarter Plate) อวดโฉมกลไกการทำงานที่แสนประณีตบรรจง อีกทั้งยังมีการแกะสลักลวดลายต่างๆด้วยมือลงบนนาฬิกาจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ Lange & Söhne เป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่ปีครับ  ในปี 1994 ทางแบรนด์ Lange & Söhne ได้ปล่อย […]

Rolex New Collection 2022

✨จบกันไปแล้วนะครับกับการเปิดตัว Rolex New Collection 2022✨วันนี้ทาง Oriental Horology จะมาสรุปให้ทุกคนดูกันครับว่า มีอะไรที่ใหม่บ้างสำหรับนาฬิกา Rolex ในปีนี้ ตัวไหนน่าโดน! น่าจับตามอง! พลาดไม่ได้กันเลยครับ!!! เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2565 ที่ผ่านมา Rolex ได้ทำการเปิดตัว New Collection สำหรับปี 2022 นี้ โดยทาง Rolex ได้มีการพัฒนาทั้งทางด้านวัสดุและรูปทรง รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ เก๋ เท่ห์ ไม่ซ้ำใคร โดยชูโรง 5 รุ่นไฮไลท์ทั้ง Professional watches และ Classic Watches ขอบอกเลยครับว่าน่าจับตามองมากๆ! เราไปเริ่มที่ตัวแรกกันเลยครับ ✈️ Oyster Perpetual “ AIR-KING ” นาฬิกา Professional Watches ในปีนี้ตัวเรือนของเขาได้ผ่านการออกแบบขึ้นใหม่ โดยทาง Rolex […]

สรุป 4 เทรนด์น่าสนใจ พร้อมส่องเรือนเวลาไฮไลท์ในงาน Watches & Wonders 2026

📈 สรุป 4 เทรนด์น่าสนใจ พร้อมส่องเรือนเวลาไฮไลท์ในงาน Watches & Wonders 2026 ที่ผ่านมากันครับ 1️⃣ กลับสู่ความคลาสสิกด้วยขนาดตัวเรือนที่เล็กลง กระแสนาฬิกาไซส์ใหญ่ที่เคยได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานเริ่มแผ่วลง ขณะที่ขนาด 36–39 mm กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ด้วยความลงตัวในการสวมใส่และภาพลักษณ์แบบ Quiet Luxury หนึ่งในรุ่นที่ถูกพูดถึงมากคือ Rolex Oyster Perpetual 36 “Jubilee Motif” Dial ซึ่งเปิดตัวเพื่อฉลอง 100 ปีของตัวเรือน Oyster โดยเพิ่มความสนุกด้วยหน้าปัดลายตัวอักษร ROLEX ไล่เฉดถึง 10 สี ขณะที่ Bvlgari Octo Finissimo 37mm เลือกย่อขนาดให้ลดลงเหลือ 37 mm พร้อมพัฒนากลไก Micro-rotor ใหม่ทั้งหมด เพื่อรักษาความบางอันเป็นเอกลักษณ์และเพิ่มความกระชับบนข้อมือ 2️⃣ หน้าปัดหินธรรมชาติกลับมาสร้างเสน่ห์อีกครั้ง ในยุคที่ผู้สะสมมองหาความแตกต่าง หน้าปัดหินธรรมชาติจึงได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะแต่ละเรือนมีลวดลายที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ Piaget […]