ALange & Söhne

28 April 2022

🙏🏻 สวัสดีครับผมวันนี้ Oriental Horology จะพาทุกท่านไปพบกับ “ความลับของแบรนด์ ALange & Söhne” แบรนด์นาฬิกาหน้าเรียบหลังสวย กลไกอลังการ ที่ถือกำเนิดมานานกว่า 180 ปี !!! 

⌚️ ประวัติโดยย่อของแบรนด์นะครับเริ่มจาก  Ferdinand Adolph Lange ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1845 ที่ประเทศเยอรมนี หลังจาก F.A. Lange เสียชีวิต ลูกชายทั้งสองก็รับกิจการต่อจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ในที่สุด A.Lange & Sohne ต้องหยุดกิจการ ในปี ค.ศ. 1948

🌟 “เริ่มใหม่และสานต่อ” ภายหลัง Walter Lange ซึ่งเป็นเหลนของ F.A. Lange ก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่ ในนาม Lange Uhren GmbH และได้ดำเนินกิจการเรื่อยมา จนได้ขึ้นมาอยู่ในระดับ High-End และในปี 1994 ทางแบรนด์ Lange & Söhne ได้ปล่อยนาฬิกาออกมา Rebrand อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ถึง 4 Collection ด้วยกัน ได้แก่ 🎉

🔺 A. LANGE & SOHNE LANGE ONE 

Ref. 101.001

        รุ่นต้นกำเนิด ที่กลายมาเป็นต้นแบบให้กับนาฬิกาในยุคปัจจุบันหลากหลาย Collection Lange 1  เปิดตัวมาด้วยขนาด 38.5 มม วัสดุ 18K Yellow Gold สวยล้ำค่า คู่กับสายหนังสีดำเข้ากันกับเรือนทอง เอกลักษณ์เด่นของนาฬิการุ่นนี้คือ การจัดองค์ประกอบหน้าปัดแบบ Off-Center ในรูปแบบ Isosceles Triangle เค้าโครงหน้าปัดที่ไม่อยู่ตรงกลาง จัดวางตัวของวงชั่วโมง, วินาทีและหน้าต่างวันที่ในแนวของสามเหลี่ยมหน้าจั่ว อีกทั้งมีหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ ขับเคลื่อด้วยกลไก caliber L901.0  Manual winding สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง 

🔺 A. LANGE & SÖHNE SAXONIA 

Ref: 102.001

         SAXONIA รุ่นแรกมาในตัวเรือนขนาด 34 มม. เล็กกระทัดพอดีข้อมือ วัสดุ 18K Yellow Gold ซึ่งหากมองด้านข้างของตัวเรือนจะเห็นเป็น three-step แบบตัวเรือนสามชั้น จึงถูกนิยามว่าคล้ายกับบิสกิต  หน้าปัด silver/champagne ที่มีหลักเวลาทรงเพชรเม็ดเล็กน่ารักๆ มาผสมผสานกับหลักเวลาทรงขีด มาพร้อมฟังก์ชัน Date ที่มีมีหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และ วง Small Sec บอกเวลาละเอียดยันหลักวินาทีที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไก caliber L911.3 Manual wound rectangular ซึ่งเป็นกลไลที่มีความซบซ้อนออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับขนาดของตัวเรือนและรองรับหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ โดยกลไกสามารถสำรองพลังงานได้มากถึง 42 ชั่วโมง 

🔺 A. LANGE & SÖHNE ARKADE 

Ref: 103.001

        เป็นหนึ่งใน 4 รุ่นที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อการกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรของแบรนด์ครับผม แต่ก็เป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนักเนื่องจากสมัยนั้นไม่ค่อยได้เห็นนาฬิกาข้อมือที่มีรูปร่างแปลกตาและรุ่นนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเรือนเวลาสำหรับสาวๆ โดยรุ่นนี้ ARKADE มีตัวเรือน 18K Yellow Gold ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบบนล่างโค้งมนสวยๆรับข้อมือ ขนาด 26x37 มม. เล็กกระทัดรัด ซึ่งการออกแบบตัวเรือนได้รับแรงบันดาลใจมาจากปราสาท Dresden เป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเยอรมันตะวันออก ในส่วนของหน้าปัดจะคล้ายกับ Saxonia หน้าปัดสีเงิน แต่หลักเวลาจะเป็นเลขโรมันผสมผสานทรงเพชรน่ารักๆ ไว้ได้อย่างลงตัวสวยงาม มองผ่านกระจก Sapphire ใสๆ สายเป็นหนังจระเข้สีดำเข้ากับเรือนทอง มาพร้อมฟังก์ชันวันที่หน้าต่างขนาดใหญ่ และ Small Sec ขับเคลื่อนด้วย Caliber L911.4 ซึ่งเป็นการไขลานแบบ Manual และสำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง

🔺 A. LANGE & SÖHNE TOURBILLON “POUR LE MéRITE”

Ref: 701.001 

           ซึ่งเป็นนาฬิกาบรรจุกลไกแบบตูร์บิญองรุ่นแรกของแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยชุด fusée-and-chain ซึ่งมีจุดเด่นที่ทำให้แรงขับของลานนั้นคงที่สม่ำเสมอตลอดจนหมดลาน ตัวเรือนขนาด 38.5 mm วัสดุ 18K Yellow Gold สายหนังจระเข้สีดำ หน้าปัดสีเงินหลักเวลาเลขอาราบิกตัวใหญ่เด่นชัด พร้อมกับชุดเข็มสีฟ้าสีสันสดใส สเกลรางรถไฟสวยเด่นบอกนาที พร้อมวงย่อย Small sec และโชว์ tourbillon ประดับเพชรที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไก caliber L902.0 มีวงย่อยโชว์ power reserve ที่ตำแหน่งสามนาฬิกา ซึ่งสำรองพลังงานได้สูงสุด 36 ชั่วโมง และรุ่นนี้ Limited edition สุดๆเพราะผลิตขึ้นมาเพียง 150 เรือนเท่านั้น

🌟 ซึ่งทั้ง 4 รุ่นนี้ ได้เปิดตัววันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2537 ในเมือง Dresden ที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งทุกเรือนมีสัญลักษณ์แบรนด์สลักคำว่า  “A. Lange & Söhne” บนหน้าปัด แสดงถึงการฟื้นคืนชีพของแบรนด์อีกครั้งได้อย่างน่ายกย่องครับผม 

🔍 หากทุกท่านสังเกตให้ดี เราจะเห็นว่าแบรนด์นี้มักจะ Set หน้าปัดนาฬิกา ไว้เป็นวันที่ 25 เหตุผลก็เพราะว่า ในสมัยนั้นยังไม่มีสื่อ Social media แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน ทำให้ทางแบรนด์ซึ่งเปิดตัวสินค้าไปเมื่อวันที่ 24 แต่ประกาศลงหนังสือพิมพ์ในวันที่ 25 งานนี้เลยเซทวันที่ ไว้ที่ “25”  ในการรูปถ่ายเพื่อแสดงวันที่ที่ถูกต้องสำหรับหนังสือพิมพ์ฉบับของวันถัดไปนั่นเองครับผม ซึ่งในปัจจุบันทางแบรนด์ก็ได้เซตวันที่ 25 สืบต่อมาเรื่อยๆ ก็ถือเป็นเสน่ห์น่ารักๆ และเรื่องราวลับๆของแบรนด์ และเลข 25 เป็นเลขแห่งการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งของ A. Lange & Söhne  ! 

🎊 ในปัจจุบันก็ได้มี Collection เฉลิมฉลองครบรอบการกลับมา 25 ปี ของแบรนด์ ในรุ่น Lange 1 และ Grand Lange 1 25th Anniversary 

📌 ติดตามรายละเอียดของ  A. Lange & Söhne  

เพิ่มเติมได้ที่ alange-soehne.com

บทความโดย Oriental Horology

Related Posts

Louis Erard งานหัตถศิลป์ชั้นสูงในราคาที่จับต้องได้

เพียงคุณจ่ายเงินหลักแสนต้นๆก็สามารถเป็นเจ้าของงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของโลกนาฬิกาได้ ทุกคนจะเชื่อไหมครับ? ในโลกที่คำว่า Haute Horlogerie มักถูกผูกติดกับชื่อแบรนด์ระดับตำนานและราคาที่ไกลเกินเอื้อม มีแบรนด์สวิสแบรนด์หนึ่งที่เลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่าง นั่นคือ “Louis Erard” Louis Erard เชื่อว่า งานฝีมืออันงดงาม การออกแบบที่มีเอกลักษณ์ และศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาชั้นสูง ไม่ควรเป็นสิ่งที่สงวนไว้เพียงสำหรับคนส่วนน้อย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Louis Erard ได้ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Métiers d’Art ผ่านผลงานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัด Guilloché, งาน Grand Feu Enamel, การแกะสลักด้วยมือ ไปจนถึงกลไก Regulator และ Tourbillon ที่สะท้อนความละเอียดอ่อนของศิลปะแห่งการบอกเวลา แต่สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้โดดเด่นกว่าหลายแบรนด์ในระดับราคาเดียวกัน คือความกล้าที่จะสร้างสรรค์ Louis Erard เปิดพื้นที่ให้ศิลปิน นักออกแบบ และช่างนาฬิการะดับโลกได้ถ่ายทอดตัวตนผ่านเรือนเวลา จนเกิดเป็นผลงาน Collaboration ที่ได้รับการยอมรับจากนักสะสมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Alain Silberstein, Vianney Halter หรือ Konstantin Chaykin บางแบรนด์สร้างคุณค่าจากความหายาก […]

Couple Watch Ideas แนะนำไอเดียนาฬิกาคู่สุดหรูสำหรับคู่รัก

วันนี้ Oriental Horology ขอแนะนำ 4 คู่เรือนเวลาสุดคลาสสิกจากแบรนด์ระดับโลก ที่เหมาะสำหรับคู่รัก คู่แต่งงาน หรือผู้ที่กำลังมองหานาฬิกาหรูสำหรับมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษกันครับ Rolex Datejust คู่คลาสสิกที่สวมใส่ได้ทุกโอกาส กับ Datejust 41 Ref. 126334 และ Datejust 31 Ref. 278274 หน้าปัดสีเขียวอันโดดเด่น พร้อมดีไซน์เหนือกาลเวลาที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rolex Cartier Santos & Panthère การจับคู่ระหว่าง Santos de Cartier และ Panthère de Cartier ถ่ายทอดความหรูหราแบบปารีเซียงได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแต่โดดเด่น Jaeger-LeCoultre Reverso สองเรือนเวลาที่สะท้อนเสน่ห์ของงานออกแบบสไตล์ Art Deco ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับคู่รักที่ชื่นชอบความคลาสสิกและงานฝีมือชั้นสูง Audemars Piguet Royal Oak สำหรับสายสปอร์ตลักชัวรี Royal Oak 41mm และ […]